พลังงานหมุนเวียน : อนาคตความมั่นคงด้านพลังงานของไทย

สุรินรัตน์ แก้วทอง – คอลัมม์ทัศนะวิจารณ์ กรุงเทพธุรกิจ – 15 พ.ค. 2557

ในโลกยุคปัจจุบัน พลังงานที่ยั่งยืนและความมั่นคงของระบบพลังงานมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เป็นอย่างสูง ซึ่งการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ด้านพลังงานดังกล่าวได้ ประเทศนั้นๆ ย่อมต้องมีระดับพลังงานที่เพียงพอและมีการหมุนเวียนได้ของฐานพลังงาน รวมทั้งต้องมีระบบการอนุรักษ์พลังงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ “พลังงานหมุนเวียน” ได้รับความสนใจและมีความเป็นไปได้ที่จะผลิตเพื่อการพาณิชย์มากขึ้น ทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียนเพื่อเป็นแหล่งพลังงานทดแทนพลังงานน้ำมันซึ่งกำลังร่อยหรอลงไป

เมื่อพิจารณาสภาพการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่มีการใช้พลังงานจำนวนมากและให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียน พบว่าการแข่งขันในกิจการพลังงานของสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อมีการบังคับใช้ Public Utility Regulatory Policies Act 1978 (PURPA) ซึ่งเป็นกฎหมายในระดับสหพันธรัฐที่ได้กำหนดมาตรการเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม พลังงานหมุนเวียนในสหรัฐอเมริกาถือได้ว่าอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยพลังงานที่ใช้อยู่มีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ได้จากพลังงานหมุนเวียน และส่วนใหญ่ได้มาจากพลังงานน้ำซึ่งโรงงานผลิตมีอายุการใช้งานมานานแล้ว ในระดับมลรัฐ หลายๆ มลรัฐของสหรัฐอเมริกาก็ได้ตรากฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดกรอบนโยบายและมาตรการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนด้วย อาทิ รัฐนิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย เนวาดา แมรี่แลนด์ เวอร์จิเนีย วิสคอนซิน อิลินอยส์ เป็นต้น

หนึ่งในมาตรการสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สหรัฐอเมริกานำมาใช้อย่างแพร่หลายคือ Renewables Portfolio Standard (RPS) หรือ “มาตรการกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน” โดยมาตรการนี้กำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิลจะต้องมีการผลิตหรือจำหน่ายไฟฟ้าที่ได้มาจากพลังงานหมุนเวียนควบคู่กันไปด้วยในสัดส่วนหนึ่ง แต่ไม่ระบุวิธีการ ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้ผู้ผลิตอาจจัดหาพลังงานหมุนเวียนนั้นจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็ได้เพื่อให้ได้สัดส่วนการผลิตหรือจำหน่ายเป็นไปตามกรอบนโยบายที่กฎหมายกำหนด RPS มีข้อดีหลายประการ อาทิ ทำให้มีการแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีระหว่างผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียน สามารถบังคับใช้ได้ในทุกๆ สภาพตลาดและการแข่งขัน และเป็นนโยบายที่มีความเป็นกลาง เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยนั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาความต้องการพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับประเด็นท้าทายสำคัญในด้านพลังงานหลายประการ อาทิ ความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน ต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ความยากลำบากในการผลิต การต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานมากขึ้น ปริมาณการปล่อยมลพิษเพิ่มขึ้น เป็นต้น จากปัญหาเหล่านี้เองที่ทำให้พลังงานหมุนเวียนจะมีบทบาทสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาทางด้านพลังงานในอนาคต

ในบริบทของกฎหมายไทย “พลังงานหมุนเวียน” (Renewable Energy) หรือในบางกรณีก็ใช้คำว่า “พลังงานทดแทน” กระจัดกระจายอยู่ในกฎหมายหลายฉบับ เช่น ในพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ได้ให้บทนิยามของคำว่า “พลังงานหมุนเวียน” ให้หมายความรวมถึง พลังงานที่ได้จากไม้ ฟืน แกลบ กากอ้อย ชีวมวล น้ำ แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ ลม และคลื่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งได้กำหนดนโยบายและการบริหารพลังงานของประเทศให้เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ แต่ก็ยังไม่มีเอกภาพและขาดความต่อเนื่อง ส่วนพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ได้กำหนดมาตรการในการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในการประกอบกิจการไฟฟ้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย โดยกำหนดให้รัฐพึงมีแนวนโยบายพื้นฐานว่าด้วยกิจการพลังงาน เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอกับความต้องการ มีคุณภาพ มีความมั่นคง และมีระดับราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยเน้นการใช้ประโยชน์และพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนและพลังงานที่มีอยู่ภายในประเทศ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ

กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง คือ พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ตราขึ้นเพื่อกำหนดมาตรการในการกำกับดูแล ส่งเสริม และช่วยเหลือเกี่ยวกับการใช้พลังงาน โดยมีการกำหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงาน เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน การตรวจสอบและวิเคราะห์การอนุรักษ์พลังงาน วิธีปฏิบัติในการอนุรักษ์พลังงาน การกำหนดระดับการใช้พลังงานในเครื่องจักรและอุปกรณ์ การจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาและอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้การอุดหนุน ช่วยเหลือในการอนุรักษ์พลังงาน การป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงาน ตลอดจนการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับพลังงาน และกำหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์พลังงาน หรือผลิตเครื่องจักรอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงหรือวัสดุเพื่อใช้ในการอนุรักษ์พลังงาน

แม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายที่กล่าวถึงพลังงานหมุนเวียนหลายฉบับ แต่เมื่อพิจารณากฎหมายในรายละเอียดจะเห็นว่ายังมีปัญหาที่ควรแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้การใช้พลังงานหมุนเวียนเกิดประสิทธิภาพ ปัญหาเหล่านั้น ได้แก่ (1) การไม่มีบทบัญญัติกฎหมายรองรับเรื่องพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะ ทำให้มีเพียงนโยบายแต่ไม่มีโครงสร้างทางกฎหมายเพื่อก่อให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียน ทำให้การลงทุนและการแข่งขันในกระบวนการผลิตด้วยพลังงานหมุนเวียนยังมีไม่มากพอ (2) กฎหมายที่มีสภาพบังคับอยู่เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นในยุคก่อนพลังงานหมุนเวียน (3) ปัญหาจากความทับซ้อนของกฎหมายสิ่งแวดล้อมและกฎหมายพลังงาน โดยเฉพาะกฎหมายสิ่งแวดล้อมจะกำหนดหลักการเพื่อให้เกิดการใช้พลังงานฟอสซิลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green energy) แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน ดังนั้น ถ้าหากรัฐสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ประเทศไทยจะมีความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น และจะมีการใช้พลังงานในลักษณะที่ยั่งยืนมากขึ้นด้วย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s