เรียกร้องให้ญี่ปุ่นหยุดให้เงินสนับสนุนโครงการถ่านหิน

ญี่ปุ่นถูกเร่งรัดให้หยุดการออกทุนแก่โครงการถ่านหิน ก่อนถึงการประชุมสุดยอดระหว่างโอบาม่าและอะเบะ

japan coal

วันนี้ องค์กรกว่า 30 กลุ่มจากทั่วโลก รวมถึงองค์กรการ Oil Change International ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโซ อะเบะ ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมของเขากับประธานาธิบดีบารัก โอบาม่า แห่งสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 24 เมษายน เพื่อเร่งรัดให้ญี่ปุ่นปฏิบัติตามข้อตกลงของสหรัฐฯและประเทศอื่นๆในการหยุดออกทุนให้แก่โครงการถ่านหินในต่างประเทศ
การประชุมสุดยอดระหว่างโอบาม่าและอะเบะ ทำให้บทบาทของญี่ปุ่นในฐานะที่เป็นแหล่งเงินทุนสาธารณะสำหรับถ่านหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกเด่นชัดขึ้น ด้วยความหวังว่าคณะบริหารของโอบาม่าจะใช้การประชุมสุดยอดนี้สร้างแรงกดดันให้ญี่ปุ่นมาร่วมมือกับสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และกลุ่มประเทศนอร์ดิก ที่เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีนโยบายประกาศใช้เป็นกฎหมายในการวางข้อจำกัดอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับการสนับสนุนโรงงานไฟฟ้าถ่านหินในต่างประเทศ
เพื่อให้เห็นถึงสภาวะอากาศที่ไม่เป็นปกติ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ญี่ปุ่นจึงได้ประกาศว่าจะออกเงินทุนสำหรับการพัฒนาประเทศถึง 16 พันล้านดอลลาร์ซึ่งจะใช้ในระหว่างปีค.ศ.2013-2015 คิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของเงินจำนวน 35 พันล้านดอลลาร์ที่เคยเสนอขอไป จดหมายเปิดผนึกของเอ็นจีโอในวันนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงการกระทำอันตรงกันข้ามของญี่ปุ่น นั่นคือ ญี่ปุ่นกำลังทุ่มเงินทุนจำนวนมากให้กับโครงการถ่านหินในต่างประเทศ ความจริงแล้ว ธนาคารญี่ปุ่นเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ (เจบีไอซี) คือ แหล่งเงินทุนสาธารณะสำหรับโครงการถ่านหินที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก

เจบีไอซีได้เตรียมเงินเงินอุดหนุนกว่า 12 พันล้านดอลลาร์ สำหรับกู้ยืมและรับประกันโครงการถ่านหิน มาตั้งแต่ปีค.ศ.2007 นอกจากนี้ บริษัทประกัน Nippon Export and Investment Insurance ของชาวญี่ปุ่น (เอ็นอีเอ็กซ์ไอ) ก็ได้ออกเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยภาพรวมแล้ว ญี่ปุ่นได้ออกเงินสนับสนุนมากกว่า 2 เท่าของปริมาณการเงินสาธารณะระหว่างประเทศให้กับโครงการถ่านหิน ซึ่งถือว่ามากกว่าประเทศอื่นๆ ดังนั้น ญี่ปุ่นจึงถือเป็นประเทศสำคัญ ที่ต้องหยุดการสนับสนุนการพัฒนาถ่านหิน หากคาดหวังที่จะควบคุมระดับอุณหภูมิโลกที่จะสูงขึ้นถึง 2 องศาเซลเซียสและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศที่เลวร้ายที่สุด
ปัจจุบัน เจบีไอซี อยู่ภายใต้แรงกดดันให้หยุดการสนับสนุนข้อโต้แย้ง เรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินของทางตอนกลางของจาวา บาตัง ในอินโดนีเซียที่มีกำลังการผลิต 2,000 เมกกะวัตต์ โรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เกิดการประท้วงในวงกว้างของชุมชน ที่ยืนยันว่าโรงไฟฟ้านั้นมีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม การสาธารณสุข และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่น ในขณะที่ ญี่ปุ่นก็ได้พยายามหันเหความสนใจของการวิจารณ์เรื่องการให้เงินทุน โดยกล่าวว่า พวกเขากำลังลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่ เช่น โรงไฟฟ้าทางตอนกลางของจาวา อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเข้าใจว่า มันไม่มีทางที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีประสิทธิภาพเพียงพอได้
ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศอย่างโดดเดี่ยว ในจดหมายได้ชี้ว่า นักวิทยาศาสตร์ผู้นำทางด้านพลังงานและสภาวะอากาศ 27 คนจาก 15 ประเทศได้ออกแถลงการณ์มาว่า “มันไม่มีที่ให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่อีกแล้ว แม้ว่าโรงไฟฟ้านั้นจะมีประสิทธิภาพสูงแค่ไหนก็ตาม”

 

ที่มา : http://priceofoil.org/2014/04/22/japan-urged-stop-financing-coal-ahead-obama-abe-summit/

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s