บทเรียนจากแม่เมาะ…ถึงกระบี่ ! (2)

maemah คุณยายยังจำได้ถึงเหตุการณ์ใน ปี 2535 วันที่มีควันดำลอยให้เห็นเด่นชัดจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ มันมากผิดปกติ และนั่นเป็นเหตุให้คุณยายรวมถึงเพื่อนบ้าน มีอาการแสบจมูก แสบคอ บ้างวิงเวียนศีรษะ หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก และสิ่งที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งในวันนั้น คือ เม็ดฝนที่ตกลงมาเป็นสีเหลือง  นับตั้งแต่เกิดเหตุ ความเป็นอยู่ในสมัยนั้นไปเป็นอย่างลำบาก ชาวบ้านหลายร้อยคนล้มป่วยกะทันหัน ต้องถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลแม่เมาะ พืชพันธุ์ที่ชาวบ้านปลูกเสียหายและสัตว์เลี้ยงพากันล้มตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความเสียหายต่อคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จนปี 2541 เริ่มมีการฟ้องคดีขึ้นหลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งหมดกว่า 6 คดี จนปัจจุบันผลกระทบทางสุขภาพทุเลาลง แต่ยังไม่หายขาด อาการแน่นหน้าอกยังมีอาการอยู่เป็นระยะอย่างต่อเนื่องประกอบกับโรควัยชราเข้ามารุมเร้า

ระยะเวลากว่า 20 ปีแล้ว ที่ยายแก้วหลงและกลุ่มผู้ป่วยแม่เมาะได้รวมตัวกันยื่นฟ้องคดี

วัน ที่11 มีนาคม 2557 กลุ่มผู้ป่วยแม่เมาะเข้าร่วมฟังศาลปกคลองสูงสุดพิจารณาเพื่อปิดคดีชาวบ้าน แม่เมาะเจ็บป่วยจากกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานที่ กำหนด

ผลครั้งนี้จบลงด้วยความไร้ซึ่งความผิดชอบและไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควร มือเล็กๆของคนรากหญ้ามิอาจสู้ผู้มีอำนาจใหญ่   “สิทธิมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน แต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่เป็นธรรม”  “ยาย เพียงอยากให้เขามารับฟัง หมอดีๆมีไหม? ช่วยจ่ายค่าหยูกยา รักษาตามคลินิกก็ไม่เป็นผลหวั่นเป็นโรคร้ายแอบแฝง” ชีวิตเราทุกคนสำคัญ ให้เขาลองเป็นพวกยายบ้างดูไหม?”  ยายแก้วหลง กล่าวทิ้งท้ายคงไม่มีอะไรมากไปกว่าความสงสารและเห็นใจชาวแม่เมาะเมื่อได้ฟังประโยคที่คุณยายพูดออกมา

 

  แต่ในวันนี้

โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขนาดกำลังผลิตเพิ่ม 870 เมกะวัตต์กำลังจะถูกสร้างขึ้น เพื่อรองรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า     ซึ่งโครงการนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวโรงไฟฟ้าไฟฟ้าเท่านั้น ยังรวมถึงโครงการสร้างท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินขนาดใหญ่ โดยมีการนำเข้าเชื้อเพลิงถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซีย โดยการลำเลียงผ่านทางเรือ ในขณะที่ปัญหาผลกระทบจากโครงการ โรงไฟฟ้าที่เดิมมีอยู่นั้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนในพื้นที่ขลุกอยู่กับปัญหาโรงไฟฟ้าเดิมมาเป็นเวลากว่า 30 ปี คุณยังอยากได้โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่อยู่ไหม?“โรงไฟฟ้าที่เปลี่ยนเชื้อเพลิงในการผลิตใหม่” เป็นถ่านหิน พลังงานที่ได้ชื่อว่าสกปรกที่สุด “โรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม”จาก เดิมกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ เป็น 340 เมกะวัตต์ ตอนนี้แผนการในอนาคตจะเพิ่มขึ้นเป็น 870 เมกะวัตต์ นั่นหมายความว่าการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

 

คำตอบมีอยู่แล้วที่แม่เมาะ

 

ปัญหารอบด้านของการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต เกิดปัญหามลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชนอย่างไม่สิ้นสุด ชาว บ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะมาเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่พวกเขาสูญ เสียไป และสิ่งที่เป็นเรื่องจริงที่ต้องเผชิญต่อ เพราะโรงไฟฟ้ายังอยู่ในที่ที่พวกเขาเรียกว่า “บ้าน” แน่นอนว่า “บ้านใคร ใครก็รัก”

 

 

ฝากถึงพี่น้องกระบี่ที่มีบ้านที่น่าอยู่ ว่า  อย่าให้ถ่านหินมาทำลายแหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ เพราะนั่นคืออาหารของพะยูนและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ อย่าให้ถ่านหินมาทำลายพื้้นที่ชุ่มน้ำเพราะที่นี่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ตามอนุสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำ อย่าให้ถ่านหินมาทำลายระบบนิเวศป่าชายเลนเพราะที่นี่จัดอันดับเป็นป่าชายเลน ที่สวยและสมบูรณ์ที่สุด อย่าให้ถ่านหินมาทำลายปะการัง เพราะที่นี่ปะการังสวยและเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าให้ถ่านหินมาทำลายวิถีชีวิตของชาวกระบี่ เพราะเหล่านี้คือ “ความมั่นคงที่แท้จริงที่กระบี่มี” 

 

 “อย่าให้กระบี่เป็นแบบแม่เมาะ อย่าเอาถ่านหินเข้ามาทำลายกระบี่ ” 

 

เขียนเรียบเรียงโดย : นฤมล  แก้วผล (เมย์) นิสิตสหกิจศึกษากรีนพีซ

นิสิตสาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s