“โรงงานผลิตอาหาร”แห่ใช้ถ่านหินลดต้นทุน ชาวบ้านหวั่นมลพิษไร้มาตรการหน่วยงานควบคุม

updated: 28 ต.ค. 2556 เวลา 11:12:46 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มแห่นำเข้าถ่านหิน “ซับบิทูมินัส” เป็นเชื้อเพลิงผลิตไอน้ำ หวังลดต้นทุนหลัง “กะลาปาล์ม” ราคาพุ่งกว่าเท่าตัว ดันธุรกิจนำเข้าถ่านหินแข่งเดือด ยอดนำเข้าจากอินโดนีเซียพุ่ง เอสเอ็มอีนำเข้าเจ๊ง ปิดกิจการ เผยด้านสิ่งแวดล้อมไร้หน่วยงานควบคุมการปล่อยมลพิษ ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดอ้างเหตุโรงงานเกิดใหม่เพิ่มเยอะ ดูแลไม่ทั่วถึง

 แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้โรงงานอุตสาหกรรมหลายประเภทได้นำเข้าถ่านหินประเภทซับบิทูมินัส (Sub Bituminous) และบิทูมินัส (Bituminous) จากประเทศอินโดนีเซียมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตเครื่องผลิตไอน้ำ (Boiler) เนื่องจากถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงราคาถูกเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอื่นๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมสิ่งทอฟอกย้อม โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ เป็นต้น

เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา จากที่เคยใช้กะลาปาล์มนำเข้าจากอินโดนีเซียเป็นเชื้อเพลิง ราคาที่ 2,300-2,500 บาทต่อตัน เปลี่ยนมาใช้ถ่านหินประเภทซับบิทูมินัสนำเข้าจากอินโดนีเซีย 1,500 บาทต่อ ตัน ส่งผลให้บริษัทที่นำเข้ากะลาปาล์มได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่หันไปใช้ถ่านหินกันหมด ขณะที่ธุรกิจนำเข้าถ่านหินมีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง ทำให้บริษัทนำเข้าบางแห่งต้องเลิกกิจการไป

Image

 

ย้อนกลับไปดูสถิตินำเข้าถ่านหินจากกรม ศุลกากรและข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ช่วงปี 2552-ปัจจุบัน มีปริมาณการนำเข้าถ่านหิน 4 ประเภทหลักเพิ่มขึ้นทุกปี ได้แก่ แอนทราไซต์

บิทูมินัส ซับบิทูมินัส และลิกไนต์ บิทูมินัส ซับบิทูมินัส (ตามตาราง) ปี 2552 ไทยนำเข้าถ่านหิน 16,904 พันตัน ปริมาณร้อยละ 49.1 ถูกใช้ผลิตไฟฟ้า ส่วนร้อยละ 50.9 ใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรม ปี 2555 นำเข้าเพิ่มเป็น 18,404 พันตัน ร้อยละ 54.9 ถูกใช้ผลิตไฟฟ้า ส่วนร้อยละ 45.1 ใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรม

“การควบคุมมลพิษทางอากาศจากสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่โรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ทั้งขนาดเล็ก กลาง และขนาดใหญ่ปล่อยออกมายังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปควบคุมชัดเจน ที่ผ่านมาหลายคนหวั่นเกรงจะมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงมาตั้งอยู่ใกล้บ้าน แต่หลายคนไม่ทราบว่า โรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้นำถ่านหินมาเป็นเชื้อเพลิงเช่นเดียวกัน และไม่มีหน่วยงานภาครัฐมาตรวจสอบ จึงถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง”

แหล่งข่าวจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในหลายพื้นที่กล่าวยอมรับกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โรงงานอุตสาหกรรมในหลายพื้นที่หันมาใช้ถ่านหินซับบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิงแทนกะลาปาล์ม เพราะต้องการลดต้นทุน และให้ความร้อนได้ดีกว่ากะลาปาล์ม แต่โรงงานไม่ได้แจ้งหรือรายงานข้อมูลดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งที่ในทางปฏิบัติต้องมีการแจ้งและต้องทำการปรับปรุงเตาให้ถูกต้อง ทั้งนี้โรงงานใหม่เกิดขึ้นมากอาจควบคุมดูแลไม่ทั่วถึง

แหล่งข่าวจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า บทบาทของกรมควบคุมมลพิษคือการตรวจสอบมลพิษในแต่ละพื้นที่ แต่หน่วยงานที่จะดูแลควบคุมเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม กรณีการใช้ถ่านหินในโรงงานจะมีการกำหนดค่ามาตรฐานในการปล่อยฝุ่นไม่เกิน 320 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 700 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และออกไซด์ของไนโตรเจน 400 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในกระบวนการผลิตที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งถ้าโรงงานปล่อยของเสียเกินกว่าค่ามาตรฐานจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมระยะยาว

สถานการณ์การปล่อยก๊าซที่เป็นพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่น่าเป็นห่วงว่าการเผาไหม้ในกระบวนการผลิตที่สะสมในอากาศอาจจะส่งผลในระยะยาว และไม่มีหน่วยงานหลักที่จัดเก็บสถิติการขออนุญาตใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดต่อทีมข่าวประชาชาติฯออนไลน์
prachachat.net@gmail.com

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s